ขึ้นชื่อว่าเป็นพนักงานออฟฟิศ หรือมนุษย์เงินเดือน ย่อมเป็นที่รู้กันดีว่า อาชีพนี้มีรายได้ที่ไม่ค่อยสูงมากนัก หากไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โต เช่น ผู้จัดการแผนก หรือผู้บริหาร เป็นต้น ทำให้พนักงานต้องมีการวางแผนทางการเงินที่ค่อนข้างดีพอสมควร จึงจะทำให้เหลือเงินเก็บออมไปลงทุนไว้ใช้ในอนาคตหรือภายหลังเกษียณโดยไม่เดือดร้อน แต่ถึงแม้จะวางแผนไว้ดีแค่ไหนก็ตาม ก็มีโอกาสที่ทุกอย่างจะผิดพลาดเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าคุณเป็นโรคร้ายดังต่อไปนี้ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาแพงมากจนอาจทำให้เงินที่ออมไว้ไม่เหลือเลยสักบาท และยังอาจทำให้เป็นหนี้ก้อนโตตามมาได้อีกด้วย

1.โรคมะเร็ง

เป็นโรคที่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งชนิดไหนก็ตาม ในทางการแพทย์แล้ว ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าโรคมะเร็งมีสาเหตุมาจากอะไร นอกจากคาดคะเนว่าเป็นการแบ่งตัวของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ที่ผิดปกติจนทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อร้ายจนพัฒนากลายเป็นมะเร็ง และมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ให้มีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าเดิม เช่น โรคมะเร็งปอด อาจจะมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่หรือสูดดมสารพิษเป็นประจำ โรคมะเร็งปากมดลูก ก็อาจจะมาจากการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ หรือการไม่ค่อยดูแลสุขอนามัยเวลาเข้าห้องน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าโรคนี้ ถ้าหากรู้เร็วก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ในเวลาไม่นาน แต่ก็น้อยคนที่จะรีบมาพบแพทย์เมื่อเกิดความผิดปกติกับร่างกาย โดยรอจนมีอาการที่หนักพอสมควร คือเข้าสู่ระยะที่ 2-3 แล้วถึงจะเริ่มรู้สึกตัว ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็จะสูงขึ้นตาม โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจโรค การรักษาด้วยวิธีต่างๆ (ผ่าตัด เคมีบำบัด ฉายรังสี) ที่ยิ่งรักษานานก็ยิ่งแพงมากขึ้น สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ จะต้องเตรียมเงินเพื่อการรักษาไว้เลยอย่างน้อย 150,000 บาท (เฉพาะแค่กรณีที่โรคยังไม่ลุกลามเท่านั้น หากลุกลามก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าเดิม)

2.โรคไตวายเรื้อรัง

โรคไตวายเรื้อรังเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทย ปีละประมาณ 15,000 – 20,000 คน โดยมีสาเหตุมาจากการมีโรคประจำตัวบางชนิด เช่นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และพฤติกรรมการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม (การทานยาพาราเซตามอล และยาไอบูโพรเฟน ที่ช่วยในการบรรเทาความปวดมากเกินไป จนทำให้ไตทำงานหนักและส่งผลให้เกิดโรคไตวายเรื้อรังในเวลาต่อมา) ในการรักษานั้น จะประกอบไปด้วยการผ่าตัด การฟอกไต และการล้างไต โดยจะต้องเตรียมค่ารักษาพยาบาลไว้อย่างน้อย 30,000 บาทต่อเดือน

3.โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง

โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองที่คนส่วนมากมักจะรู้จักคือ โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองไม่พอจนทำให้เนื้อสมองบางส่วนตาย และจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติกับร่างกาย โดยเฉพาะในส่วนของการควบคุมการทำงานของร่างกาย โรคเส้นเลือดสมองโป่งพอง ที่จะไปเบียดบังเนื้อสมองส่วนต่างๆ ที่ทำให้เกิดความผิดปกติได้เช่นกัน และโรคเส้นเลือดในสมองแตก ที่เป็นอันตรายมากที่สุด และอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างรวดเร็ว นอกจากโรคนี้จะต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดแล้ว ยังต้องมีเรื่องของการใช้ยาช่วยควบคุมอาการ และต้องทำกายภาพบำบัด ในกรณีที่สมองเสียหายมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้อีกครั้ง ถ้าหากเป็นโรคนี้ ก็ต้องเตรียมเงินไว้เพื่อการดูแลรักษาอย่างน้อย 350,000 บาท

4.โรคปอดระยะสุดท้าย

โรคปอดระยะสุดท้าย เป็นโรคสามารถเกิดขึ้นได้จากการเป็นโรคประจำตัวอื่นๆ มากมาย เช่น โรคมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคปอดอักเสบ รวมไปถึงโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ที่ได้แพร่เชื้อมายังปอด เมื่อปล่อยทิ้งไว้จนมีอาการรุนแรง ปอดก็จะไม่ทำการแลกเปลี่ยนออกซิเจนอย่างที่เคย เป็นเหตุให้อวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจขาดออกซิเจน ทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลวที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตทันทีถ้าไม่รีบนำตัวส่งแพทย์ การรักษาโรคปอดระยะสุดท้ายนี้ มีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก เพราะจะเน้นในเรื่องของการผ่าตัดและการให้ยาเพียงอย่างเดียว และยาบางชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้นจึงจะได้ผลดีในการรักษา เมื่อเป็นโรคนี้ก็ควรเตรียมเงินไว้เลยอย่างน้อย 370,000 บาท เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษา

5.ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง

ภาวะนี้ก็เป็นภาวะที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากในแต่ละปี เพราะไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง และมีค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อการรักษา เนื่องจากโรคนี้ต้องใช้เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยในการรักษา เช่น รักษาด้วยการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ จี้จุดด้วยวิทยุ การผ่าตัดทำบายพาส ทำให้ค่าใช้จ่ายก็ต้องสูงตามไปด้วยหากใครที่รู้ตัวว่าจะเป็นโรคนี้ก็ควรเตรียมเงินไว้เลย 1,000,000 บาท เป็นอย่างต่ำ

นี่เป็นเพียงการประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับ 5 โรคร้ายที่เหล่าพนักงานต้องรู้จัก เพื่อที่จะได้แยะสัดส่วนเงินออมให้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าหากเข้าโรงพยาบาลเอกชนก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่านี้ 2-5 เท่า นั่นอาจจะหมายถึงเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณเลย ทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ ก็คือเรื่องของการทำประกันสุขภาพเพื่อป้องกันโรคร้าย ตรวจเจอเมื่อไหร่ เคลมได้ทันที

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ