เนื่องจากปัจจุบัน มีอาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายตามยุคสมัยและเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนมีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่อยากทำงานเป็นลูกจ้าง ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของคำว่า “ฟรีแลนซ์”ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกคนทำงานแบบอิสระไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรืออาจเรียกได้ว่าตรงกันข้ามกับคำว่า “มนุษย์เงินเดือน” ซึ่งงานของฟรีแลนซ์จะคำนึงถึงผลสำเร็จของงานเป็นหลักและจะมีการตกลงเรื่องผลตอบแทนจากการทำงานเป็นครั้ง ๆ ไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณและความยากง่ายของงาน ส่งผลให้รายได้ของฟรีแลนซ์ไม่แน่นอนและมีความไม่มั่นคงสูง วันนี้เราจึงมี 4 คำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเงินสำหรับชาวฟรีแลนซ์มาฝากกัน

  1. นำส่งเงินประกันสังคมด้วยตนเอง
    มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบว่า การเป็นฟรีแลนซ์สามารถใช้ประโยชน์จากสวัสดิการของรัฐบาลได้ วิธีการคือสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจตามมาตรา 40 ซึ่งหมายถึงบุคคลที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในบริษัทเอกชนหรือเคยเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนแต่ลาออกและภายหลังนำส่งเงินประกันสังคมด้วยตนเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ ผู้ที่เป็นฟรีแลนซ์มาตลอดโดยไม่เคยสังกัดในบริษัทเอกชนนั่นเอง ซึ่งมีข้อกำหนดว่า ฟรีแลนซ์เหล่านั้นจะต้องเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือเป็นแรงงานนอกระบบ และมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี ทั้งนี้ ผู้สมัครมีสิทธิ์เลือกสิทธิประโยชน์ได้ ดังนี้

    • ความคุ้มครอง 3 กรณี – ส่งเงิน 100 บาท ต่อเดือน (โดยจ่ายเอง 70 บาท และรัฐบาลสมทบให้ 30 บาท) ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง 3 กรณี คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต
    • ความคุ้มครอง 4 กรณี – ส่งเงิน 150 บาท ต่อเดือน (โดยจ่ายเอง 100 บาท รัฐบาลสมทบ 50 บาท) ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง 4 กรณี คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และชราภาพ
  2. ทำประกันชีวิต
    เป็นวิธีการที่คำนึงถึงคนข้างหลังหรือคนในครอบครัวกรณีผู้ทำประกันเสียชีวิต เพื่อให้คนข้างหลังไม่ต้องประสบกับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายและเป็นการช่วยบรรเทาความสูญเสียโดยเฉพาะกรณีที่ผู้ทำประกันชีวิตผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวจากไป อีกประการหนึ่งคือเพื่อเป็นหลักประกันกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดแล้วส่งผลให้ผู้ทำประกันไม่สามารถปฏิบัติงานได้หรือที่เรียกว่าทุพพลภาพ ประกันชีวิตจะเข้ามาช่วยเยียวยาโดยจะมีเงินจำนวนหนึ่งสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งจำนวนเงินความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับแผนการประกันชีวิตที่เลือก แบบประกันที่เหมาะกับอาชีพแบบฟรีแลนซ์ก็คือ ประกันชีวิตแบบเงินได้ประจำซึ่งมีข้อกำหนดในกรมธรรม์ที่เป็นการส่งเสริมให้ผู้ทำประกันออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณ ซึ่งกำหนดให้ผู้ทำประกันภัยจ่ายเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อครบกำหนดแล้วจะได้รับความคุ้มครองชีวิตและมีเงินคืนให้โดยไม่ต้องส่งเบี้ยประกันต่อ
    นอกจากความคุ้มครองที่ได้รับตามกรมธรรม์ดังกล่าวแล้ว ผู้ทำประกันชีวิตยังสามารถนำเบี้ยประกันตามจำนวนที่จ่ายจริงไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อีกด้วย หักลดหย่อนได้ไม่เกินปีละ 15% ของเงินได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าความคุ้มครองของกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ผู้ทำประกันต้องจ่ายเบี้ยประกันให้ครบจำนวนก่อนจึงจะสามารถรับผลประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้ และบริษัทประกันที่ทำสัญญาประกันชีวิตด้วยนั้นต้องเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการประกันชีวิตอยู่ในประเทศไทย
  3. ทำประกันสุขภาพ
    อีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยให้ชาวฟรีแลนซ์ไม่ต้องกังวลกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย คือ การทำประกันสุขภาพ ซึ่งนอกจากจะครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลไม่ว่าจะเป็น ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าแพทย์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว บางแผนประกันสุขภาพก็จะมีเงินชดเชยให้กรณีไม่สามารถปฏิบัติงานได้ เช่น หากต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลหรือที่บ้านตามคำสั่งของแพทย์ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยหากยังได้รับเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แม้ว่าช่วงนั้นจะไม่ได้ทำงานก็ตาม ซึ่งเบี้ยประกันสุขภาพจะเริ่มต้นที่ 4,000-5,000 บาทต่อปี ทั้งนี้หากคิดเป็นรายเดือนก็ประมาณไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน ทำให้คุณมีหลักประกันแล้วว่า หากเจ็บป่วยขึ้นมาก็ไม่ต้องปวดหัวกับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น
  4. ทำประกันอุบัติเหตุ
    คำแนะนำข้อนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับชาวฟรีแลนซ์เท่านั้น แต่ยังใช้เป็นคำแนะนำสำหรับทุกคน เนื่องจากอุบัติเหตุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ตาม ผู้ที่ทำประกันอุบัติเหตุก็เปรียบเสมือนมีเกราะป้องกันจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุก็จะเข้ามาเยียวยาช่วยเหลือในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล รวมทั้งยังมีเงินจำนวนหนึ่งให้ตามความร้ายแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น อีกทั้งมีเงินชดเชยจากการขาดรายได้เพราะไม่สามารถทำงานได้อีกด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากเหล่าฟรีแลนซ์ทั้งหลายไม่ได้อยู่ในฐานะลูกจ้างประจำทำให้ไม่มีสวัสดิการต่าง ๆ มารองรับ ด้วยเหตุนี้ชาวฟรีแลนซ์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางแผนการเงินเพื่อจะได้มีเงินไว้สำหรับใช้จ่ายยามเจ็บป่วยหรือยามเกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงต้องเรียนรู้ที่จะวางแผนการเงินระยะยาวอย่างเหมาะสมเพื่อจะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ

ที่มา : Shopsmart Finance

ผลิตภัณฑ์ที่คุณอาจสนใจ

ประกันตลอดชีพ | iProtectS

คุ้มค่า ซื้อครั้งเดียว จ่าย 10 ปี คุ้มครองทั้งชีวิต ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันออมทรัพย์ | iGen

ปีนี้ ลดภาษีด้วยประกันชีวิต และยังได้ออมด้วย กับ iGen ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ

ประกันคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ | iFine

นอกจากคุ้มครองชีวิตแล้วยังคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะเรื่องไม่คาดคิดอาจะเกิดขึ้นได้ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ นัดหมายผู้เชี่ยวชาญ